พรสวรรค์มาจากไหน? สงสัยว่าพระเจ้าจะให้มา
May 19th, 2009 by sasiprapa

พรสวรรค์มาจากไหน? เคยคิดสงสัยไหมว่าทำไมไม่มีทุกคน วันนี้เกิดนึกสนุกขึ้นมาได้ว่า สงสัยตอนเกิดพระเจ้าคงจะติดสติกเกอร์ให้คนนั้นได้เรื่องนี้ คนนี้ได้เรื่องนั้นไป แต่ถ้าโชคร้ายบังเอิญสติกเกอร์มาหมดที่เราพอดี แล้วต้องรีบไปเกิดเพราะเดี๋ยวจะไม่ทัน ก็ต้องลงมาเกิดแบบไม่มีสติกเกอร์นะซิ หรือถ้าวันนั้นพระเจ้าอารมณ์ไม่ดีไม่อยากติดขึ้นมา (ท่านอาจจะเหนื่อยก็ได้) บางทีนะท่านอาจแปะให้แล้วแต่ดันหลุดหายกลางทางละ จะทำไง?
“พรสวรรค์สร้างได้” เป็นอีกหนึ่งทางออกและเป็นชื่อหนังสือที่ อ.สุกรี เจริญสุข เขียนและตีพิมพ์ในปี 2548 แล้วยังเป็นคำพูดประหลาดที่ทำเด็กอายุ 15 คนหนึ่ง เกิดความสงสัยและคำถามอีกมากมายตามมาว่า “มันสร้างได้เหรอ พรสวรรค์เนี่ย แล้วสร้างกันอย่างไร?
ในปี 1999 โชคก็เข้าข้างทำให้ได้ออกเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ไปตามหาคำตอบที่ว่า เค้าสร้างกันได้ยังไงพรสวรรค์เนี่ย ในงาน 13th World Suzuki Convention งานนั้นเป็นการรวมตัวของนักเรียน และครูสอนดนตรีที่ใช้ระบบการเรียนการสอนแบบ Suzuki ทั่วโลก ระบบการสอนแบบนี้เค้าเริ่มสอนเครื่องดนตรีตั้งแต่อายุยังน้อย เด็กอายุ 2-3 ขวบ เค้าก็เริ่มเรียนกันแล้ว เค้าเล่นไวโอลินได้โดยที่ยังอ่านตัวโน็ตไม่ได้่ด้วยซำ้ เหมือนที่เด็กสามารถพูดได้แต่ยังอ่านไม่ได้เขียนไม่ได้นั่นละ
ตลอดระยะเวลาที่ได้ไปร่วมงานที่นั่น ทุกเช้าต้องเดินทางไปเรียนฟลูทตามสถานที่ๆ เค้าจัดไว้ ได้เรียนและได้เห็นวิธีการสอนดนตรีแบบที่ต่างจากเคยได้เรียน ตอนช่วงบ่ายดูคอนเสริต์สลับกับเรียน พอถึงช่วงเย็นที่รอกินข้าวก็แอบย่องไปดูเค้าสอนไวโอลินแบบกลุ่มกัน ต้องใช้คำว่าแอบนะเพราะเค้าไม่ได้เปิดให้เราดู แต่พอดีห้องเรียนปิดประตูไม่สนิทก็เลยโชคดีได้เห็น เหตุการณ์ที่โชคดีที่ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตก็ว่าได้ อยู่ที่โต๊ะอาหารมื้อเย็น เพราะนอกจากอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ ที่มาให้ทดลองกินแบบไม่ซำ้กันในแต่ละวัน ประสบการณ์ตลอดทั้งวันที่ได้พบเจอจะถูกพูดคุยที่โต๊ะอาหาร โดยมีผู้รู้อย่าง อ.สุกรี อธิบายถึงแนวคิดและวิธีการสร้างพรสวรรค์ต่างๆ เช่น ในงานนั้นทุกคนเล่นดนตรีโดยใช้ความจำ ไม่มีใครดูโน๊ตเลย ซึ่งเป็นวิธีที่แตกต่างกับที่ตัวเองเคยได้มาโดยสิ้นเชิง อาจารย์ อธิบายให้ฟังว่า เราพูดได้ก่อนที่จะอ่านหนังสือได้ แล้วเค้าก็ใช้แนวคิดนี้ละมาสอนดนตรีกับเด็กๆ สอนให้เด็กเล่นเพลงให้ไพเราะเหมือนที่สอนพูดให้ไพเราะ แล้วก็เริ่มสอนกันตั้งแต่เด็กๆเพราะไม้อ่อนนั้นดัดง่าย “เสียงใส ใจสะอาด” คำพูดเหล่านี้ยังคงติดหูและติดใจจนถึงทุกวันนี้
สำหรับเด็กอายุ 15 ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก แต่ถ้ามองย้อนกลับในขณะนั้น ก็เหมือนได้เรียนวิชาดนตรีศึกษาแบบตัวต่อตัวเลยทีเดียว (อะไรจะโชคดีขนาดนั้น) จากการไปเห็นของจริง มีผู้รู้จริง และบรรยากาศการเรียนก็เป็นเลิศ (อร่อย)
จนกระทั้งทุกวันนี้เวลาก็ผ่านไปมากกว่า 10 ปี เปลี่ยนสภาพจากนักเรียนดนตรีเป็นครูสอนดนตรี และเลือกที่จะสอนวิชาดนตรีพื้นฐานสำหรับเด็ก เพราะรู้สึกว่าเป็นวิชาที่สนุก และหยุดนิ่งไม่ได้ ทั้งตอนที่สอนอยู่หรือไม่สอนก็ตาม มีอะไรให้ต้องค้นหาตลอดเวลา วิชานี้จุดสำคัญนอกจากความรู้ทางดนตรีที่ถูกต้องแล้ว ยังต้องสร้างทัศนคติและแรงบรรดาลใจทางดนตรีที่ดีให้เด็กอีกด้วย ไม่ใช่แค่สร้างทักษะความสามารถที่ดูแล้ว น่าอัศจรรย์ใจว่าเด็กตัวเล็กๆ ทำได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย เพราะทัศนคติ มันโตอยู่ข้างในและอาจจะยากที่จะมองเห็นได้ในทันทีทันใด
การทำให้ดนตรีเข้าไปมีส่วนร่วมกับชีวิตของเด็กๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานของชีวิตที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรีหรือนักอะไรก็ตามในอนาคต มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลาที่สอนมา อาจจะมีเด็กบางส่วนที่เลิกเรียนไปบ้าง เพราะเรื่องแบบนี้ก็ใช่ว่าจะทำ 100 แล้วได้กลับมา 100 เสมอไป แต่ยังไงก็มีความเชื่อและชอบในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่แล้วคงจะทำต่อไปจนกว่าแบตเตอรี่ในตัวจะหมด
ความเชื่อที่ส่วนตัวมากๆ คือ ดนตรีพัฒนาอารมณ์ พัฒนาจิตใจ สมองเป็นผลพลอยได้ของจิตใจที่ดี เพราะถ้าความสามารถทางร่างกายไม่เก่งแต่ใจเก่ง ใจจะพาร่างกายให้เก่งได้ในที่สุด ถึงแม้ว่าในสังคมปัจจุบันจะมุ่งไปที่การพัฒนาสมอง เพราะก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าว่า ใครๆ ก็อยากให้ลูกฉลาดทั้งนั้น
หลักการสอนที่ใช้อยู่ตั้งแต่เริ่มทำงานการสอนมา สรุปได้ก็คือ หลอกให้เห็น แล้วชวนให้เล่น แต่ได้ใส่ทั้งความรู้พร้อมและความอยากรู้เข้าไปให้แล้ว วิธีการสร้างพรสวรรค์แบบนี้ ถ้าใครอยากเอาไปใช้ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์มาก เราไม่งกเลยจริงๆ เพราะสนุกทั้งคนสอนและคนถูกสอนด้วย แต่คำว่าพรสวรรค์มันต้องเป็นอะไรที่เห็นว่ามากกว่าปกติ การใส่ความอยากรู้อยากเห็นและความสนุกเข้าไปอย่างสมำ่เสมอ จะเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั้นก็คือ Mr.วินัย นั่นเอง เราก็คงจะหนีไม่พ้นแล้วละที่จะใช้คำว่าพรสวรรค์ แต่ถ้าเราจะสร้างพรสวรรค์หรือพัฒนาพรที่ได้มาจากสวรรค์ พ่อแม่ก็ต้องแปลงร่างเป็นพระเจ้าให้แทนพระเจ้าที่อยู่บนฟ้า ซึ่งก็คงจะไม่ยากมากจนเกินไปเพราะเราจะเป็นอะไรก็ได้จริงไหม ถ้าอยากเป็น
เฮ่อ! ถ้าเกิดพระเจ้าใจร้ายนักเห็นทีว่าเราก็คงจะต้องทำงานกันหนักหน่อยละ
Tags: conference, music, suzuki method, teaching
This entry was posted on Tuesday, May 19th, 2009 at 8:53 pm and is filed under General Topic. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
One Response to “พรสวรรค์มาจากไหน? สงสัยว่าพระเจ้าจะให้มา”
August 31st, 2009 at 12:09 pm
Hope to see you again in Mahidol. My Nano is always talking to me she would like to go Switchzerland with you. I knew there is nothing real in her conversation because she is still so child now but I will keep you as her idol. Good luck.
Leave a Reply